สรุปสาระสำคัญจากงาน Vibe Coding Preview
Vibe Coding เป็นทักษะที่เปรียบเทียบกับการใช้ Excel ใครก็ทำได้แต่อาจจะเก่งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับไอเดียและการสั่งการ
ลดต้นทุน: ผู้บรรยายเน้นย้ำว่าในปัจจุบันธุรกิจสามารถสร้างระบบหลังบ้าน (Back-office), ระบบจัดการสต็อก หรือ CRM เบื้องต้นได้เองโดยไม่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ในราคาแพง
AI First: สนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนการทำงานจากการใช้แรงงานคนหรือซอฟต์แวร์แบบเดิม มาเป็นการใช้ AI ในการวางโครงสร้างและประมวลผลข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้ในการสาธิต Vibe Coding
Stitch → ใช้สำหรับออกแบบหน้าตาผู้ใช้งาน (UI/UX) และสร้างภาพจำลองระบบ
AI Studio → เครื่องมือหลักในการรับไฟล์ออกแบบจาก Stitch มาแปลงเป็นโค้ดและปรับแต่งฟังก์ชันการทำงานผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติ
GitHub → ใช้สำหรับเก็บซอร์สโค้ดและควบคุมเวอร์ชัน (Version Control)
Vercel → บริการ Hosting สำหรับติดตั้งโค้ดจาก GitHub ขึ้นสู่โลกออนไลน์ (Deploy) เพื่อให้ได้ URL ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้
Cursor → เครื่องมือ IDE ที่ช่วยในการเขียนและแก้ไขโค้ดร่วมกับ AI
ขั้นตอนการทำงาน (Workflow)
การออกแบบ (Design): เริ่มจากการวางแผนความต้องการ และใช้ Stitch ในการออกแบบหน้าจอต่าง ๆ
การสร้างต้นแบบ (Prototyping): นำภาพจาก Stitch เข้าสู่ AI Studio เพื่อให้ AI เขียนโค้ดเริ่มต้นให้ จากนั้นใช้เทคนิค Vibe Coding สั่งแก้สี จัดเลย์เอาต์ หรือเพิ่มปุ่มต่าง ๆ
การแก้ไขและทดสอบ: หากปุ่มหรือฟังก์ชันใดทำงานไม่ได้ (เช่น ปุ่ม Add to Cart) ผู้ใช้จะใช้วิธีส่ง Feedback หรือคำสั่งแก้ไปที่ AI โดยตรง
การนำขึ้นระบบ (Deployment): เมื่อพอใจกับตัวต้นแบบแล้ว จะทำการ Sync โค้ดขึ้นไปที่ GitHub และเชื่อมต่อกับ Vercel เพื่อ Deploy เว็บไซต์จริง
ภาพบรรยากาศภายในงาน







ติดตามความเคลื่อนไหวและโซลูชันล่าสุดจาก AIYA:
- Website: www.aiya.ai
- LINE: @aiyaclub
- Facebook: AIYAclub
- Event ใหม่ๆ: web.aiya.ai/th/event
Tags: #VibeCoding #AIStudio #Stitch #Vercel #GitHub #NoCode #AIEmpire #AIYA



